สรุปก่อนอ่าน
สัมผัสความงามของใบไม้เปลี่ยนสีในฟุกุโอกะ พร้อมเจาะลึกประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นในแบบฉบับ 1 วันเต็ม ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม สวนสวย หรือย่านการค้าเก่าแก่ ที่นี่มีครบทุกรสชาติสำหรับผู้ที่หลงใหลในฤดูใบไม้ร่วง
ภาพประกอบโดย arnaud audoin · Pexels
กลับหน้า Blogสัมผัสความงามของใบไม้เปลี่ยนสีในฟุกุโอกะ พร้อมเจาะลึกประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นในแบบฉบับ 1 วันเต็ม ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม สวนสวย หรือย่านการค้าเก่าแก่ ที่นี่มีครบทุกรสชาติสำหรับผู้ที่หลงใหลในฤดูใบไม้ร่วง
ฟุกุโอกะ เมืองศูนย์กลางทางตอนเหนือของเกาะคิวชู ไม่ได้มีดีแค่เรื่องอาหารทะเลสดใหม่และแหล่งช้อปปิ้งทันสมัยเท่านั้น แต่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เมืองแห่งนี้ยังเผยโฉมความงามที่ยากจะลืมเลือน ด้วยสีสันของใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นเฉดสีแดง ส้ม และเหลืองทองอร่ามตา การวางแผนเที่ยว 1 วันเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมสำรวจย่านประวัติศาสตร์จึงเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลายในเวลาจำกัด บทความนี้จะนำเสนอแผนการเดินทางที่ครอบคลุม ตั้งแต่สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงาม ไปจนถึงการเดินเล่นในย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว
ฤดูใบไม้ร่วงในฟุกุโอกะมักจะเริ่มต้นราวปลายเดือนตุลาคมและพีคที่สุดในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการมาเยือนเพื่อชมความงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นต้นเมเปิล อิโจว หรือต้นไม้ชนิดอื่นๆ ที่พร้อมใจกันผลัดใบเปลี่ยนสีสร้างทัศนียภาพที่น่าประทับใจ การเตรียมตัวให้พร้อมทั้งเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศที่เย็นสบาย และรองเท้าที่ใส่สบายสำหรับการเดินสำรวจ จะช่วยให้การเดินทางของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและเพลิดเพลินยิ่งขึ้น
เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการเดินทางสู่ สวนโอโฮริ (Ohori Park) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองฟุกุโอกะ การเดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟใต้ดินสาย Kuko Line ลงที่สถานี Ohorikoen สวนแห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ที่บึงน้ำขนาดใหญ่ใจกลางสวน ซึ่งมีสะพานเชื่อมไปยังเกาะเล็กๆ สามเกาะที่ตั้งอยู่กลางน้ำ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้รอบๆ บึงน้ำจะเปลี่ยนเป็นสีสันสดใส สะท้อนเงาลงบนผืนน้ำ สร้างภาพที่งดงามราวกับภาพวาด คุณสามารถเดินเล่นรอบบึงน้ำ หรือจะเช่าเรือพายเพื่อชมทัศนียภาพจากมุมมองที่แตกต่างออกไปก็ได้เช่นกัน
ถัดจากสวนโอโฮริ คือ สวนญี่ปุ่นโอโฮริ (Ohori Park Japanese Garden) ซึ่งเป็นสวนแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน แม้จะมีค่าเข้าชมเล็กน้อย (ประมาณ 250 เยน) แต่ความงามภายในสวนนั้นคุ้มค่าแก่การเยี่ยมชมอย่างยิ่ง ภายในสวนมีบ่อน้ำ น้ำตก สวนหิน และเรือนน้ำชาแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะต้นเมเปิลที่ปลูกเรียงรายสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลาย ใช้เวลาที่นี่ประมาณ 1-2 ชั่วโมงเพื่อซึมซับความงามและถ่ายภาพความประทับใจ
'เคล็ดลับ: หากต้องการภาพถ่ายที่สวยงามโดยมีแสงแดดยามเช้าสาดส่อง ควรมาถึงสวนโอโฮริในช่วงเช้าตรู่ จะได้แสงที่นุ่มนวลและผู้คนไม่หนาแน่น'
หลังจากดื่มด่ำกับธรรมชาติแล้ว มุ่งหน้าสู่ย่าน ฮากาตะ (Hakata) ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของฟุกุโอกะ การเดินทางจากสวนโอโฮริไปยังย่านฮากาตะสามารถทำได้ง่ายๆ โดยรถไฟใต้ดินสาย Kuko Line ไปยังสถานี Gion หรือ Hakata ที่นี่คุณจะได้พบกับ วัดโทโชจิ (Tochoji Temple) ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงจากการเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปไม้แกะสลักขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า Fukuoka Daibutsu พระพุทธรูปมีความสูงถึง 10.8 เมตร สร้างจากไม้ฮิโนกิ วัดแห่งนี้ยังเป็นที่รู้จักจากเจดีย์ห้าชั้นสีแดงสดใสที่โดดเด่นสะดุดตา ซึ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้รอบๆ วัดจะเปลี่ยนสี สร้างความงดงามให้กับทัศนียภาพโดยรอบ
เดินสำรวจรอบๆ ย่านฮากาตะเก่า (Old Hakata Area) ซึ่งเต็มไปด้วยวัดวาอารามและศาลเจ้าเก่าแก่มากมาย เช่น ศาลเจ้าคุชิดะ (Kushida Shrine) ศาลเจ้าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเป็นที่รู้จักจากเทศกาล Hakata Gion Yamakasa การเดินเล่นในย่านนี้จะทำให้คุณได้สัมผัสกับบรรยากาศของญี่ปุ่นโบราณ ถนนหนทางที่ปูด้วยหิน ร้านค้าเก่าแก่ที่ขายของที่ระลึกหัตถกรรมพื้นเมือง และร้านอาหารเล็กๆ ที่เสิร์ฟอาหารท้องถิ่นรสชาติต้นตำรับ ใช้เวลาช่วงบ่ายเพื่อสำรวจสถานที่เหล่านี้อย่างช้าๆ และดื่มด่ำกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ทุกมุมเมือง
เมื่อเดินสำรวจจนเหนื่อยแล้ว ก็ถึงเวลาเติมพลังด้วยมื้อกลางวันที่แสนอร่อย ฟุกุโอกะขึ้นชื่อเรื่อง ราเม็งฮากาตะ (Hakata Ramen) ซึ่งเป็นราเม็งซุปกระดูกหมูทงคตสึเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมเส้นบะหมี่เส้นเล็กและเครื่องเคียงต่างๆ ย่านฮากาตะมีร้านราเม็งชื่อดังมากมายให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กๆ ที่เปิดมายาวนาน หรือร้านที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Ippudo หรือ Ichiran การเลือกร้านราเม็งที่ถูกใจอาจเป็นเรื่องยาก แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกร้านไหน รับรองว่าจะได้ลิ้มรสความอร่อยของราเม็งต้นตำรับอย่างแน่นอน
ราคาของราเม็งหนึ่งชามโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 800-1,200 เยน ซึ่งถือเป็นราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับอาหารมื้อกลางวันที่อิ่มอร่อยและให้พลังงาน การได้นั่งในร้านราเม็งเล็กๆ อบอุ่นในช่วงบ่ายที่อากาศเย็นสบายของฤดูใบไม้ร่วง เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่ไม่ควรพลาด ลองสั่ง 'kaedama' หรือการเพิ่มเส้นบะหมี่อีกหนึ่งรอบ หากคุณยังไม่อิ่มหนำใจ
ในช่วงบ่ายแก่ๆ มุ่งหน้าสู่ ซากปราสาทฟุกุโอกะ (Fukuoka Castle Ruins) ซึ่งตั้งอยู่ใน สวนไมซูรุ (Maizuru Park) การเดินทางสะดวกสบายด้วยรถบัสจากสถานี Hakata หรือรถไฟใต้ดินลงสถานี Ohorikoen แล้วเดินต่อเล็กน้อย แม้ว่าตัวปราสาทจะเหลือเพียงซากกำแพงและฐานราก แต่บริเวณโดยรอบยังคงเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สวยงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้มากมายในสวนจะเปลี่ยนสีเป็นเฉดต่างๆ สร้างทัศนียภาพที่งดงาม
คุณสามารถเดินขึ้นไปยังจุดสูงสุดของซากปราสาท เพื่อชมวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาของเมืองฟุกุโอกะและสวนไมซูรุจากมุมสูง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจ และยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพ Fukuoka Castle เป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมือง ที่บอกเล่าเรื่องราวของยุคศักดินาในญี่ปุ่น การเดินเล่นรอบๆ บริเวณนี้ จะทำให้คุณได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของปราสาทในอดีต และเพลิดเพลินกับความงามของธรรมชาติในปัจจุบัน
เมื่อเข้าสู่ช่วงเย็น ได้เวลาเปลี่ยนบรรยากาศสู่ย่าน เทนจิน (Tenjin) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้งและความบันเทิงของฟุกุโอกะ การเดินทางจากซากปราสาทฟุกุโอกะไปยังเทนจินสามารถทำได้โดยการเดินหรือใช้รถไฟใต้ดินสาย Kuko Line จากสถานี Akasaka หรือ Tenjin ย่านนี้เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านค้าแบรนด์เนม ร้านบูติกเล็กๆ และร้านอาหารมากมาย คุณสามารถเดินเล่นเลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึก หรือสินค้าแฟชั่นต่างๆ ได้ตามอัธยาศัย
สำหรับอาหารค่ำ เทนจินมีตัวเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เช่น ซูชิ ซาชิมิ เทมปุระ ไปจนถึงอาหารนานาชาติ ร้านอาหารหลายแห่งในย่านนี้มีบรรยากาศที่ทันสมัยและเป็นกันเอง หากคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ไม่เหมือนใคร ลองมองหา ยาไต (Yatai) หรือแผงขายอาหารริมทางที่เปิดให้บริการในช่วงเย็นริมแม่น้ำนากาสุ ยาไตเป็นสัญลักษณ์ของฟุกุโอกะ และเป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมในการลิ้มลองอาหารท้องถิ่น เช่น ราเม็ง โอเด้ง และเทมปุระ ในบรรยากาศสบายๆ
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การเดินทางของคุณในฟุกุโอกะช่วงฤดูใบไม้ร่วงเป็นไปอย่างราบรื่นและน่าประทับใจยิ่งขึ้น สภาพอากาศในช่วงนี้มักจะเย็นสบาย แต่ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
แผนเที่ยว 1 วันในฟุกุโอกะช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้คุณได้สัมผัสกับทั้งความงามของธรรมชาติที่เปลี่ยนสี และความรุ่มรวยทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมือง ตั้งแต่สวนโอโฮริที่เงียบสงบ ไปจนถึงย่านฮากาตะเก่าแก่ และสีสันยามค่ำคืนในเทนจิน แต่ละสถานที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่รอให้คุณไปค้นพบ
ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นใต้ต้นไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม การสำรวจวัดวาอารามโบราณ หรือการลิ้มรสราเม็งต้นตำรับ ฟุกุโอกะในฤดูใบไม้ร่วงจะมอบประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความประทับใจและความทรงจำดีๆ กลับไปอย่างแน่นอน เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของฟุกุโอกะในฤดูใบไม้ร่วงกันเถอะ!
ทุกอย่างที่ต้องใช้อยู่บนเว็บนี้แล้ว ไม่ต้องเปิดแท็บอื่น
บทความที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณเพิ่งอ่าน