สรุปก่อนอ่าน
สัมผัสประสบการณ์ Road Trip ที่ฮอกไกโดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี กับ 5 เส้นทางขับรถชมวิวธรรมชาติสุดตระการตา ที่จะพาคุณดื่มด่ำกับสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง พร้อมข้อมูลการเดินทางและคำแนะนำที่ครบครันสำหรับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ
ภาพประกอบโดย Mike Cho · Pexels
กลับหน้า Blogสัมผัสประสบการณ์ Road Trip ที่ฮอกไกโดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี กับ 5 เส้นทางขับรถชมวิวธรรมชาติสุดตระการตา ที่จะพาคุณดื่มด่ำกับสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง พร้อมข้อมูลการเดินทางและคำแนะนำที่ครบครันสำหรับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ
การเดินทาง Road Trip ที่ฮอกไกโดในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำอย่างยิ่ง ด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงามที่เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และทองอร่ามตา ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีมักจะอยู่ระหว่างปลายเดือนกันยายนถึงปลายเดือนตุลาคม ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพอากาศในปีนั้นๆ การวางแผนล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่นและเต็มไปด้วยความประทับใจ
ก่อนออกเดินทาง สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือการเช่ารถยนต์ การจองรถล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยว จะช่วยให้คุณได้รถตามที่ต้องการและอาจได้ราคาที่ดีกว่า ควรเลือกรถที่มีขนาดเหมาะสมกับจำนวนผู้ร่วมเดินทางและสัมภาระ นอกจากนี้ การทำความเข้าใจกฎจราจรของญี่ปุ่น การมีใบขับขี่สากล และการศึกษาเส้นทางขับรถล่วงหน้าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายตลอดการเดินทางของคุณ
การเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ อุณหภูมิในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในฮอกไกโดอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่และช่วงเวลาของวัน ควรเตรียมเสื้อผ้าที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลายชั้น เสื้อกันหนาว เสื้อกันลม หรือเสื้อกันฝน อาจจำเป็น โดยเฉพาะหากคุณวางแผนที่จะแวะเดินป่าหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งในบริเวณภูเขา
อุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง ได้ชื่อว่าเป็น 'หลังคาแห่งฮอกไกโด' และเป็นสถานที่แรกๆ ที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีในญี่ปุ่น เส้นทางขับรถในบริเวณนี้จะพาคุณลัดเลาะไปตามหุบเขาและชมทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของเทือกเขาที่ปกคลุมไปด้วยสีสันของฤดูใบไม้ร่วง การเดินทางจากเมืองอาซาฮิกาวะ (Asahikawa) มุ่งหน้าสู่โซอุนเคียว (Sounkyo) เป็นเส้นทางยอดนิยมที่พลาดไม่ได้
ในโซอุนเคียว คุณสามารถขึ้นกระเช้าไฟฟ้าคุโรดาเกะ (Kurodake Ropeway) เพื่อชมทิวทัศน์มุมสูงของใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างเต็มตา การเดินป่าระยะสั้นบริเวณรอบๆ ก็เป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนใจ เส้นทางขับรถจากโซอุนเคียวไปยังทะเลสาบชิคาริเบ็ตสึ (Lake Shikaribetsu) ก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่งดงาม ซึ่งจะพาคุณผ่านป่าสนและพื้นที่ภูเขาที่เต็มไปด้วยสีสันสดใส
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีในไดเซ็ตสึซังมักจะอยู่ในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานะของใบไม้เปลี่ยนสีจากเว็บไซต์ทางการหรือศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวท้องถิ่นก่อนออกเดินทาง
นอกจากนี้ เส้นทางรอบๆ ภูเขาอาซาฮิดาเกะ (Mount Asahidake) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในฮอกไกโด ก็เป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปชมใบไม้เปลี่ยนสี คุณสามารถขับรถไปยังสถานีกระเช้าไฟฟ้า Asahidake Ropeway เพื่อขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์อันตระการตาจากมุมสูงได้เช่นกัน การเดินทางในบริเวณนี้ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นเส้นทางบนภูเขาและสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว
แม้ว่าบิเอะและฟุราโนะจะเป็นที่รู้จักกันดีในทุ่งดอกไม้บานสะพรั่งช่วงฤดูร้อน แต่ในฤดูใบไม้ร่วง พื้นที่เหล่านี้ก็ยังคงความงดงามไม่แพ้กัน ด้วยทุ่งนาและเนินเขาที่เปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามตา ตัดกับสีสันของต้นไม้ตามแนวถนน เส้นทางขับรถแพทช์เวิร์คโร้ด (Patchwork Road) และพานอรามาโร้ด (Panorama Road) ในบิเอะยังคงเป็นไฮไลต์ที่น่าสนใจ
ในฟุราโนะ คุณสามารถขับรถชมวิวไปตามถนนชนบทที่คดเคี้ยว ผ่านไร่องุ่นและทุ่งหญ้าที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita) แม้จะไม่มีดอกลาเวนเดอร์แล้ว แต่สวนดอกไม้และต้นไม้ที่จัดแต่งอย่างสวยงามก็ยังคงให้ความรู้สึกร่มรื่นและมีสีสันที่น่ามอง นอกจากนี้ การแวะชิมผลิตภัณฑ์จากนมสดและผลิตผลทางการเกษตรของท้องถิ่นก็เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด
เส้นทางขับรถจากบิเอะไปยังน้ำตกชิราฮิเงะ (Shirahige Falls) และบ่อน้ำสีฟ้า (Blue Pond) ก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่น่าสนใจ บ่อน้ำสีฟ้าในฤดูใบไม้ร่วงอาจจะไม่ได้มีสีฟ้าสดใสเหมือนในฤดูร้อน แต่บรรยากาศโดยรอบที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ที่เปลี่ยนสีก็สร้างทิวทัศน์ที่สวยงามและแปลกตา การเดินทางในช่วงนี้ควรเผื่อเวลาให้เพียงพอสำหรับการแวะพักถ่ายรูปและดื่มด่ำกับธรรมชาติ
เส้นทางนี้จะพาคุณไปสัมผัสกับความงามของธรรมชาติที่ผสมผสานระหว่างทะเลสาบ ภูเขาไฟ และบ่อน้ำพุร้อน เริ่มต้นจากทะเลสาบโทยะ (Lake Toya) ซึ่งเป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่สวยงาม การขับรถเลียบทะเลสาบจะทำให้คุณได้ชมทิวทัศน์ของผืนน้ำสีฟ้าครามตัดกับภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี
จากทะเลสาบโทยะ มุ่งหน้าสู่โนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu) ซึ่งเป็นเมืองออนเซ็นชื่อดัง ที่นี่เป็นที่ตั้งของหุบเขานรกจิโกกุดานิ (Jigokudani) ซึ่งเป็นปล่องภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ โดยมีไอน้ำและก๊าซพวยพุ่งออกมาตลอดเวลา สร้างทิวทัศน์ที่แปลกตาและน่าประทับใจ ต้นไม้รอบๆ บริเวณนี้จะเปลี่ยนเป็นสีสันสดใสในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทำให้เกิดความคอนทราสต์ที่สวยงามระหว่างทิวทัศน์ธรรมชาติอันรุนแรงและสีสันที่อ่อนโยน
การแช่ออนเซ็นในโนโบริเบ็ตสึหลังจากขับรถมาทั้งวันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการผ่อนคลายและเติมพลัง มีโรงแรมและเรียวกังหลายแห่งที่ให้บริการออนเซ็นแบบเปิดโล่งที่สามารถชมวิวธรรมชาติได้
นอกจากนี้ การขับรถต่อไปยังอุทยานแห่งชาติชิโกะสึ-โทยะ (Shikotsu-Toya National Park) เพื่อชมทะเลสาบชิโกะสึ (Lake Shikotsu) ซึ่งเป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่ใสสะอาดที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ สองทะเลสาบนี้มีเสน่ห์แตกต่างกันไป แต่ล้วนแล้วแต่มีความงดงามของธรรมชาติที่รายล้อมด้วยใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าประทับใจ
เส้นทางนี้จะพาคุณไปสัมผัสกับความงามของชายฝั่งทะเลที่สวยงามของฮอกไกโด ผสมผสานกับการชมใบไม้เปลี่ยนสีและเมืองท่าที่มีเสน่ห์ เริ่มต้นที่เมืองโอตารุ (Otaru) ซึ่งเป็นเมืองท่าเก่าแก่ที่มีคลองโอตารุอันโด่งดัง อาคารอิฐแดงสไตล์ยุโรปและร้านค้าต่างๆ ริมคลองให้บรรยากาศที่โรแมนติก การขับรถจากซัปโปโรมายังโอตารุใช้เวลาไม่นาน
จากโอตารุ ขับรถเลียบชายฝั่งไปยังคาบสมุทรชาโกตัน (Shakotan Peninsula) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลที่สวยงามและน้ำทะเลสีฟ้าครามที่เรียกว่า 'Shakotan Blue' แม้ว่าใบไม้เปลี่ยนสีจะไม่ได้โดดเด่นเท่าในพื้นที่ภูเขา แต่ต้นไม้ตามแนวชายฝั่งและภูเขาที่อยู่ไม่ไกลก็จะเริ่มเปลี่ยนสี สร้างความงดงามที่แตกต่างออกไป จุดชมวิวที่น่าสนใจได้แก่ แหลมคามาอิ (Cape Kamui) และ แหลมชาโกตัน (Cape Shakotan)
การเดินทางกลับจากชาโกตันไปยังซัปโปโร คุณสามารถเลือกเส้นทางที่ผ่านพื้นที่ชนบทมากขึ้น เพื่อชมทิวทัศน์ของต้นไม้ที่เปลี่ยนสีตามแนวถนนและหมู่บ้านเล็กๆ ที่น่ารัก การแวะชิมอาหารทะเลสดๆ ในระหว่างการเดินทางก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะหอยเม่นและปลาหมึกสดๆ ที่ขึ้นชื่อของชาโกตัน
อุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่น่าประทับใจในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี แม้จะอยู่ค่อนข้างไกลจากซัปโปโร แต่ความงดงามทางธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์ก็คุ้มค่าแก่การเดินทาง เส้นทางขับรถในบริเวณนี้จะพาคุณผ่านป่าไม้ที่หนาแน่น ทะเลสาบ และชายฝั่งทะเลที่สวยงาม
จุดไฮไลต์ที่สำคัญคือ ทะเลสาบทั้งห้าแห่งชิเรโตโกะ (Shiretoko Five Lakes) ซึ่งเป็นกลุ่มทะเลสาบเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในป่า คุณสามารถเดินไปตามทางเดินที่สร้างขึ้นเหนือพื้นดินเพื่อชมความงามของทะเลสาบที่สะท้อนเงาของต้นไม้ที่เปลี่ยนสีได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ การล่องเรือชมวิวตามแนวชายฝั่งก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพื่อชมหน้าผาสูงชันและสัตว์ป่า เช่น หมีสีน้ำตาล ที่อาจปรากฏตัวให้เห็น
จากทะเลสาบทั้งห้า คุณสามารถขับรถต่อไปยังน้ำตกโอชินโคชิน (Oshin Koshin Falls) ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลงสู่ทะเล และทางผ่านชิเรโตโกะ (Shiretoko Pass) ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามบนภูเขา ที่นี่คุณสามารถมองเห็นภูเขาเราสุ (Mount Rausu) และทะเลโอค็อตสค์ (Sea of Okhotsk) ได้อย่างชัดเจน โดยมีทิวทัศน์ของป่าไม้ที่ปกคลุมไปด้วยสีสันของฤดูใบไม้ร่วงเป็นฉากหลัง
การเดินทางในอุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะควรระมัดระวังเรื่องสัตว์ป่า โดยเฉพาะหมีสีน้ำตาล ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานอย่างเคร่งครัด และไม่ควรทิ้งขยะหรืออาหารไว้ในพื้นที่ธรรมชาติ
การเดินทางในชิเรโตโกะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อให้คุณได้สำรวจและดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ ควรจองที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยว นอกจากนี้ การตรวจสอบสภาพถนนและสภาพอากาศก่อนออกเดินทางก็เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากบางเส้นทางอาจปิดให้บริการในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
การวางแผน Road Trip ในฮอกไกโดช่วงใบไม้เปลี่ยนสีนั้นมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา เพื่อให้การเดินทางของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและน่าประทับใจที่สุด นี่คือเคล็ดลับสำคัญบางประการ:
ฮอกไกโดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีนำเสนอประสบการณ์ Road Trip ที่หลากหลายและน่าประทับใจ ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบทิวทัศน์ภูเขา ทะเลสาบ ชายฝั่งทะเล หรือเมืองที่มีเสน่ห์ เส้นทางขับรถทั้ง 5 เส้นทางที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการสำรวจความงดงามของเกาะแห่งนี้ สิ่งสำคัญคือการวางแผนอย่างรอบคอบและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสภาพอากาศและเงื่อนไขการเดินทางที่อาจเปลี่ยนแปลงได้
การใช้เวลาดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างช้าๆ การแวะพักในเมืองเล็กๆ เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น และการลองชิมอาหารประจำฤดูกาล จะช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับการเดินทางของคุณ การเดินทางด้วยรถยนต์ให้ความอิสระในการแวะพักตามจุดต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งรถสาธารณะอาจไม่สามารถเข้าถึงได้ ทำให้คุณสามารถสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองได้
สุดท้ายนี้ ขอให้คุณสนุกกับการเดินทาง Road Trip ในฮอกไกโดช่วงใบไม้เปลี่ยนสี และเก็บเกี่ยวความทรงจำอันสวยงามกลับไปอย่างเต็มที่ การศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลทางการ เช่น เว็บไซต์ขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติญี่ปุ่น (JNTO) หรือเว็บไซต์การท่องเที่ยวของจังหวัดฮอกไกโด จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดสำหรับการวางแผนการเดินทางของคุณ
กล้องถ่ายทอดสดจากสถานที่ในบทความนี้ — เช็คอากาศและความหนาแน่นก่อนไปจริง
ทุกอย่างที่ต้องใช้อยู่บนเว็บนี้แล้ว ไม่ต้องเปิดแท็บอื่น
บทความที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณเพิ่งอ่าน