Stay Connected & Covered

เน็ตกับประกัน เตรียมให้จบก่อนบิน

สองเรื่องที่คนมักปล่อยไว้จนวันสุดท้าย แล้วจบด้วยการจ่ายแพงกว่าที่ควร — หน้านี้เทียบให้เห็นทีเดียวว่าแบบไหนเหมาะกับทริปคุณ

อัปเดตล่าสุด 17 ส.ค. 2026 · เรียบเรียงโดยทีม MjourneyGo

เลือกเน็ตแบบไหนดี

ญี่ปุ่นมี Wi-Fi ฟรีตามร้านและสถานีก็จริง แต่ส่วนใหญ่ต้องลงทะเบียนและสัญญาณไม่ต่อเนื่อง ระหว่างทางที่ต้องเปิดแผนที่ เช็กเวลารถไฟ หรือเรียกแท็กซี่ การมีเน็ตของตัวเองคุ้มกว่ามาก

ทางเลือกราคาโดยประมาณข้อดีข้อควรระวังเหมาะกับ
eSIM ฿30–70 /วัน
แพ็ก 5–8 วัน หลักร้อยต้น ๆ
ซื้อออนไลน์ ติดตั้งเองใน 5 นาที ใช้เบอร์ไทยรับ SMS ต่อได้พร้อมกัน เครื่องต้องรองรับ eSIM และปลดล็อกเครือข่าย ไปคนเดียว–สองคน · ทริปสั้นถึงกลาง
ซิมกายภาพ ฿300–700 /ทริป ใช้ได้กับทุกเครื่อง ซื้อจากไทยหรือตู้ที่สนามบินญี่ปุ่นก็ได้ ต้องถอดซิมไทยออก อาจพลาดสายและ SMS ธนาคาร · ซิมเล็กหายง่าย เครื่องที่ไม่รองรับ eSIM
Pocket WiFi ฿150–300 /วัน แชร์ได้ 5–10 เครื่อง หารกันแล้วถูกที่สุดถ้าไปหลายคน ต้องพกและชาร์จเพิ่มอีกก้อน ต้องคืนเครื่องตรงเวลา แยกกลุ่มเที่ยวไม่ได้ ครอบครัว/กลุ่ม 3 คนขึ้นไปที่อยู่ด้วยกันตลอด
โรมมิ่งค่ายไทย ฿250–450 /วัน เปิดใช้ทันที ใช้เบอร์เดิม ไม่ต้องตั้งค่าอะไรเลย แพงที่สุดต่อวัน และบางแพ็กจำกัดปริมาณเน็ตความเร็วสูง ทริป 1–3 วัน หรือไปงานด่วนที่ไม่มีเวลาเตรียม
💡 คำนวณเร็ว ๆ ทริป 6 วัน ไปกัน 2 คน — eSIM ตกราว ฿200–400/คน ส่วนโรมมิ่งรายวันจะอยู่ราว ฿1,500–2,700/คน ต่างกันเกือบ 10 เท่าโดยที่ใช้งานจริงแทบไม่ต่างกัน

ซื้อที่ไหนดี

ในไทยซื้อได้หลายเจ้า ทั้งร้านออนไลน์ ร้านในสนามบิน และแพลตฟอร์มท่องเที่ยว ข้อดีของการซื้อผ่านแพลตฟอร์มคือจ่ายเป็นเงินบาท มีรีวิวจริง และยกเลิกได้ตามเงื่อนไข ควรเทียบราคากับปริมาณเน็ตความเร็วเต็มก่อนกดซื้อทุกครั้ง

ลิงก์ในกล่องนี้เป็นลิงก์พันธมิตร — ถ้าจองผ่านลิงก์นี้เราอาจได้ค่าตอบแทนเล็กน้อย โดยที่คุณไม่ได้จ่ายแพงขึ้น และไม่มีผลต่อสิ่งที่เราแนะนำ

ประกันเดินทางซื้อที่ไหน

ประกันเดินทางไปญี่ปุ่นซื้อได้จากบริษัทประกันไทยโดยตรงหรือผ่านโบรกเกอร์เปรียบเทียบ ข้อสำคัญคือดูวงเงินค่ารักษาพยาบาลเป็นอันดับแรก ไม่ใช่ราคาเบี้ย และเช็กว่าครอบคลุม เที่ยวบินล่าช้ากับกิจกรรมที่คุณจะทำจริงหรือเปล่า — รายละเอียดที่ควรดูอยู่ในหัวข้อถัดไป

ติดตั้ง eSIM ให้ถูกจังหวะ

  1. เช็กว่าเครื่องรองรับ — กด *#06# ถ้ามีบรรทัด EID คือรองรับ eSIM และต้องเป็นเครื่องที่ปลดล็อกเครือข่ายแล้ว
  2. ซื้อและติดตั้งตอนอยู่ไทย — ทำตอนต่อ Wi-Fi บ้าน สแกน QR ที่ผู้ขายส่งมา แล้วตั้งชื่อ eSIM ว่า “Japan” กันสับสน
  3. ยังไม่ต้องเปิดใช้งาน — ปิดสวิตช์สายนี้ไว้ก่อน แล้วตั้งค่าให้เบอร์ไทยเป็นสายหลักสำหรับโทร/SMS
  4. ถึงญี่ปุ่นค่อยสลับ — เปิดสาย eSIM แล้วตั้งเป็น “ข้อมูลมือถือ” พร้อมปิดโรมมิ่งข้อมูลของเบอร์ไทย กันโดนคิดค่าเน็ตซ้ำ
  5. ยังรับ SMS ธนาคารได้ — เพราะเบอร์ไทยยังเปิดสัญญาณอยู่ (ค่ารับ SMS ขณะโรมมิ่งมักฟรี แต่ควรเช็กกับค่ายก่อน)
⚠️ ข้อควรรู้ก่อนซื้อ eSIM ส่วนใหญ่ ใช้ได้ครั้งเดียวและลบแล้วกู้คืนไม่ได้ อ่านให้ชัดว่าเน็ตแบบ “ไม่จำกัด” นั้น ให้ความเร็วเต็มกี่ GB ก่อนจะลดความเร็ว และครอบคลุมพื้นที่ชนบท/ภูเขาที่คุณจะไปหรือเปล่า

ประกันเดินทาง — ทำไมถึงคุ้มกว่าที่คิด

ญี่ปุ่นไม่ได้บังคับให้คนไทยทำประกันเพื่อเข้าประเทศ แต่ ต่างชาติจ่ายค่ารักษาเต็ม 100% ไม่มีสิทธิ์ใช้ประกันสุขภาพของญี่ปุ่น ตัวเลขที่เจอบ่อย:

เหตุการณ์ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ตรวจที่ห้องฉุกเฉิน + ยา (ไข้หวัด/ท้องเสีย)฿3,000–8,000
นอนโรงพยาบาล 1 คืน฿7,000–15,000
ผ่าตัดไส้ติ่ง + พักฟื้น฿125,000–200,000
กระดูกหักจากลื่นหิมะ/สกี + ผ่าตัด฿150,000–400,000
เบี้ยประกันเดินทาง 5–7 วัน฿300–900 /คน

ความคุ้มครองที่ควรมีอย่างน้อย

  • ค่ารักษาพยาบาล 2–5 ล้านบาท — อย่าเลือกแผนถูกสุดที่ให้วงเงินหลักแสน เพราะเคสผ่าตัดจริงเกินง่ายมาก
  • เคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินกลับไทย — ค่าใช้จ่ายส่วนนี้สูงหลักล้านถ้าต้องใช้จริง
  • เที่ยวบินล่าช้า/ยกเลิก — สำคัญมากถ้าไปช่วง ก.ย. ที่ไต้ฝุ่นเข้าบ่อย หรือหน้าหนาวที่หิมะตกหนัก
  • กระเป๋าเดินทางล่าช้าหรือสูญหาย — ชดเชยค่าซื้อของใช้จำเป็นระหว่างรอ
  • ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก — เผลอทำของในร้านเสียหาย ซึ่งญี่ปุ่นเรียกเก็บจริงจัง

ข้อควรระวังตอนเลือกแผน

  • โรคประจำตัว มักไม่ครอบคลุมโดยอัตโนมัติ ต้องแจ้งและอาจต้องซื้อความคุ้มครองเพิ่ม
  • กิจกรรมเสี่ยง เช่น สกี สโนว์บอร์ด ดำน้ำ ปีนเขา ต้องเช็กว่าแผนครอบคลุมหรือไม่ — ทริปหิมะควรดูข้อนี้เป็นพิเศษ
  • ต้องซื้อก่อนออกเดินทาง ซื้อหลังจากออกจากไทยแล้วส่วนใหญ่ใช้ไม่ได้
  • เก็บใบเสร็จและใบรับรองแพทย์ทุกใบ ตัวจริงเท่านั้น ไม่งั้นเคลมไม่ได้
  • บัตรเครดิตบางใบแถมประกันเดินทางให้ แต่ต้องซื้อตั๋วด้วยบัตรใบนั้น และวงเงินมักต่ำกว่าที่คิด
✅ เช็กลิสต์ก่อนบิน เซฟกรมธรรม์เป็นไฟล์ไว้ในมือถือ + ปริ้นสำรอง 1 ชุด · จดเบอร์ hotline ฉุกเฉินของบริษัทประกันไว้ในโน้ต · บอกคนที่บ้านว่าซื้อประกันเจ้าไหนไว้

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องของเรารองรับ eSIM ไหม เช็กยังไง
iPhone XS ขึ้นไป, Samsung Galaxy S20 ขึ้นไป, Pixel 3 ขึ้นไป และมือถือเรือธงรุ่นใหม่ ๆ ส่วนใหญ่รองรับหมด วิธีเช็กเร็วที่สุดคือกด *#06# ถ้ามีบรรทัด EID ขึ้นมาแปลว่ารองรับ และเครื่องต้องปลดล็อกเครือข่าย (ไม่ใช่เครื่องผูกสัญญาจากต่างประเทศ)
ติดตั้ง eSIM ตอนไหนดี ก่อนบินหรือถึงญี่ปุ่นแล้ว
ติดตั้งตอนอยู่ไทยที่ Wi-Fi นิ่ง ๆ แต่ยัง "ไม่ต้องเปิดใช้งาน" แล้วค่อยสลับมาใช้ตอนเครื่องลงที่ญี่ปุ่น เพราะขั้นตอนติดตั้งต้องใช้อินเทอร์เน็ต ถ้ารอไปทำที่สนามบินญี่ปุ่นแล้วต่อ Wi-Fi ไม่ได้จะติดตั้งไม่สำเร็จ
ประกันเดินทางจำเป็นไหม ถ้าไปแค่ไม่กี่วัน
ญี่ปุ่นไม่บังคับให้คนไทยทำประกันเพื่อเข้าประเทศ แต่ค่ารักษาพยาบาลที่นั่นแพงมากและต่างชาติจ่ายเต็ม 100% ผ่าไส้ติ่งครั้งเดียวอยู่ในหลักแสนบาท ขณะที่เบี้ยประกันทริป 5–7 วันอยู่หลักไม่กี่ร้อยบาท เทียบความเสี่ยงแล้วถือว่าคุ้มมาก
ซื้อ Pocket WiFi หรือ eSIM ดีกว่ากัน
ไปคนเดียวหรือสองคนที่เดินด้วยกันตลอด eSIM สะดวกกว่าเพราะไม่ต้องพกอุปกรณ์เพิ่ม ไม่ต้องชาร์จ และไม่ต้องคืนเครื่อง ส่วนไปกันตั้งแต่ 3–4 คนขึ้นไปแล้วอยู่ด้วยกันเกือบตลอด Pocket WiFi จะถูกกว่าต่อหัว แต่ต้องรับผิดชอบเครื่องและแบตหมดเร็ว

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด 17 ส.ค. 2026 · ราคาทั้งหมดเป็นช่วงโดยประมาณเพื่อการเปรียบเทียบ ไม่ใช่ราคาที่รับประกัน โปรดเช็กราคาจริงกับผู้ให้บริการก่อนซื้อ · ค่ารักษาพยาบาลอ้างอิงช่วงที่พบบ่อยจากเคสนักท่องเที่ยวต่างชาติในญี่ปุ่น ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นกับโรงพยาบาลและอาการ